ผู้ชายคนนี้ เกิดและโตที่กรุงเทพฯ เป็นผู้ชายที่จบเพียงแค่มัธยมแปดจากโรงเรียนวัดสุทธิ เติบโตมาจากครอบครัวใหญ่ แต่ฐานะไม่ได้มีอะไร ยังดีที่ได้เรียนแต่ก็เกเรกว่าจะจบ ม.8 ก็นานมากกก ทั้งชอบเล่นสนุ๊กทั้งเกเร ทั้งจีบสาว สมัยก่อนจบ ม.8 นี่ยากนะ แต่โชคดีบ้านอยู่ใกล้ร้านหนังสือเลยชอบไปฝังตัวอ่านหนังสือจนแทบจะหมดร้านและกลายเป็นคน
อ่านทุกอย่าง เป็นคนที่มีความจำดีมากๆ อ่านอะไรก็จำได้หมด เป็นต้นแบบในการรักการอ่านของครอบครัวต้องอ่านหนังสือพิมพ์ทุกเช้า อ่านแทบจะทุกหน้า อ่านจนไม่มีหนังสือพิมพ์เลิกทำไม่มีให้อ่าน ตอนเราเด็กๆพ่อเคยพาไปเวิ้งนาครเกษม ไปเหมาหนังสือนิยายจีนกำลังภายในมา จนมีเต็มบ้านอ่านกันแทบทุกคน เราติดงอมแงมตั้งแต่ ป.5 แต่เราชอบอ่านมาตั้งแต่อ่านหนังสือออกแล้ว
พอเรียนจบ ม.8 ความรักผจญภัยของพ่อ ก็พาให้ได้ไปทำงานกับบริษัทไทยออยล์ที่ชลบุรี ตอนนั้นบริษัทเพิ่งเปิดได้ไม่นาน รับพนักงานค่อนข้างมากแถมมีสวัสดิการบ้านพักให้ด้วย ท่านก็เริ่มการทำงานที่นี่ อยู่มาตั้งแต่ยังไม่มีลูก จนคลอดลูกครบ 4 คน แต่ความที่เป็นคนที่มีไหวพริบดีมีผู้ใหญ่ให้ความเมตตา เป็นคนกตัญญรู้คุณ จึงมีแต่คนรัก คนช่วยเหลือพอทำงานไปสักพัก พอมองเห็นช่องทาง ก็เสียงลาออกมาทำรับเหมาก่อสร้างเอง ทำกับไทยออยล์นั่นแหล่ะเริ่มจากรับตัดหญ้ามั่ง รับเก็บขยะมั่งโน่นนี่นั่น ขยับทำไปเรื่อยๆ ตอนแรกๆ ก็ทำกับน้าชายเรา จากนั้นเริ่มส่งคนงานให้ไทยออยล์ ค่อยๆ ทำโน่นนี่นั่น จนได้มาเจอกับวิศวหนุ่มนักเรียนนอก ก็จับมือกัน เริ่มรับเหมางานกับบริษัทญี่ปุ่นได้กำไรมาก็ค่อยๆ ขยายไปเรื่อยๆ จนได้ไปเจอกับนายช่างเก่งๆ มาร่วมงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในด้านงานก่อสร้างโครงสร้างเหล็ก มีชื่อเสียงเป็น
ที่รู้จักในระดับโลก มีจุดแข็งคือทีมงานวิศกรที่เชี่ยวชาญ มีความชำนาญด้านความปลอดภัยในการทำงานสูงตามมาตรฐานไทยออยล์ที่เข้มมากๆในเรื่อง safety ผ่านมาตรฐานระดับโลก ด้วยการไปทำงานในต่างประเทศหลายงาน ชื่อเสียงด้านการทำงาน ในการทำงานเสร็จตามกำหนดหรือเร็วกว่ากำหนดเป็นที่รับรู้กันในแวดวงด้านนี้ มีการรับงานที่ต่างประเทศ ทั้งในการ์ต้า มาดากัสการ์ สิงคโปร์ ฯลฯ สร้างงานและเม็ดเงินเข้าประเทศมากมาย มีธรรมาภิบาลสูงอย่างยิ่งไม่เคยเรียกเก็บค่าหัวคนงาน ให้รางวัลให้ค่าแรงที่แฟร์กับทุกคน สำคัญสุดคือไม่เคยเลทในการจ่ายค่าแรงใดๆถือเป็นหัวใจหลักในการทำงานเลยก็ว่าได้ เราได้รับการสั่งสอนมาตลอดว่าทุกคนต้องกินต้องใช้ ทำงานต้องได้เงิน ทุกคนที่ทำงานกับเราต้องมีกินทำไปทำมาจนในที่สุดก็ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2555ตลอดชีวิตของพ่อ ท่านได้ช่วยเหลือคนเป็นจำนวนมาก โดยไม่เคยป่าวประกาศใดๆ ไม่เคยหวังโล่ห์ รางวัลไหนๆ ความสุขของท่านคือการทำงานจริงๆ พ่อส่งเสียลูกๆ ทั้งสี่จนจบโทเมืองนอกแทบทุกคน เวลากินข้าวหรือพูดคุยก็จะคอยสั่งสอน ให้ประหยัด ให้เห็นค่าของเงิน ไม่ใช่แค่พูด แต่ทำให้เห็นโดยตลอด เน้นหนักเรื่องการกตัญญกับคนที่มีบุญคุณการดูแลให้ข้าวให้น้ำให้งานให้เงินบริวารผู้ตกทุกข์ได้ยากต่างๆ การอภิบาลพ่อแม่ ญาติพี่น้องไปจนถึงครอบครัวคู่สมรสลูกๆ ซึมซับหลายๆ สิ่งจากท่าน ท่านอาจจะไม่ใช่คนที่บอกรักลูกหรือแสดงออกใดๆกับลูกมากมายนักแม้แต่ชมยังแทบไม่มี แต่พ่อให้และให้และให้ในทุกสิ่ง ทำให้เรามีชีวิตที่ดีในทุกวันนี้ ด้วยสองมือของท่านแท้ๆ
พ่อแทบไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนเลย มีแต่งานๆๆ มีบ้างก็ไปใกล้ๆพ่อชอบเล่นคาสิโน แต่ปีนึ่งก็ไปที่นึ่ง ถ้าเสียปุ๊ป แทบจะบินกลับเลย ได้ก็แทบบินกลับทันทีเหมือนกัน กินอยู่แบบง่ายๆ ถ้าซื้ออะไรแพงๆ มาให้กินพ่อจะไม่ชอบเลย จะบ่นตลอด ถ้ารู้ว่าเรากินอะไร ราคาเท่าไหร่ พ่อคงยึดเงินคืนหมด เสื้อผ้าพ่อก็ไม่ซื้อเมื่อก่อนตัดปีละครั้ง เป็นชุดซาฟารีที่เหมือน
เครื่องแบบประจำตัวพ่อ ครั้งละกี่ชุดก็ว่าไป หลังๆ อยากเปลี่ยนแนว แม่เลยซื้อให้แทน แต่ก็ไม่ชอบให้ซื้อเยอะเครื่องประดับแพงๆ ก็เคยมีบ้างแต่สุดท้ายก็รำคาญ ถอดยกให้ลูกๆ ไปหมด พออายุมากนาฬิกาแบบ auto จะไม่ค่อยทำงานเพราะเคลื่อนไหวน้อย ก็จะต้องเป็น quartz ก็ใส่นาฬิกาธรรมดาๆ ไม่กี่หมื่น รองเท้าก็ง่ายๆ ผ้าใบไม่กี่บาท รถสปอร์ตนี่ ใครซื้อพ่อจะว่าให้อีก ว่าเห็นแก่ตัว ไม่มีประโยชน์ หลังๆ ใช้แต่รถตู้ แล้วใช้รถอะไรรู้มั้ยคะ ใช้ hyundai ล้านต้นๆ บอกพอแล้ว นั่งสบาย ไม่ต้องแพง พ่อประหยัดทุกบาท พูดไปลูกก็ละอายใจ พ่อเป็นเบาหวานมาหลายสิบปีและมีปัญหาเส้นเลือดตีบบ่อยๆ ต้องทำ bypass ครั้งแรกเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ตอนนั้นอายุประมาณ 56 ปีได้ และยังทำ ballon ไปอีก 8 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อสี่เดือนที่แล้ว เป็นแมวเก้าชีวิตของแท้
พ่อเป็นนักสู้ และกล้าเสียง พ่อศึกษาเรื่องเจ็บป่วยอยู่ตลอด สองสามปีหลัง พ่อเริ่มเดินไม่ค่อยไหว แต่พ่อก็พยายามทำทุกทาง ให้แข็งแรง เมื่อปีที่แล้วพ่อล้ม กระทบกระเทือนจนไม่สามารถลุกได้เอง หรือเดินได้เอง แต่ไม่ได้ป่วยติดเตียง แขน ขาไม่เสีย สมองไม่เสีย แต่อยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องมีคนช่วยตลอด แต่ยังคงทำงาน แม้จะน้อยลงมาก พ่อมีสายตา กว้างไกล และยังให้ความคิดในการแก้ไขวิกฤติการณ์ต่างๆ ของบริษัทอยู่เสมอ ชีวิตพ่อมีแต่ความเรียบง่าย ไม่หรูหรา ไม่ฟุ่มเฟื่อยสอนให้ประหยัด อยู่ตลอด แต่ลูกไม่ค่อยรักดี ไม่ค่อยจะทำเท่าไหร่ ใครเจอพ่อนี่นึกว่าเป็นชาวบ้าน ตาสีตาสา จะเห็นพ่อไปนั่งเล่นหมากรุกในสวนสาธารณะเป็นประจำ หารู้ไม่คุมอาณาจักรหลายพันล้าน มีคนงานฝากชีวิตหลายพันคนพ่อเป็น the great man เป็น the legend เป็น the giver ที่แท้จริงพ่อเข้ารพ. ครั้งนี้เพราะหวังว่าการผ่าตัดจะช่วยให้หาย และเดินได้อีกครั้ง การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี อยู่รพ. พักฟื้นหลายวัน จนใกล้จะกลับก็มีเหตุให้เข้าไปอยู่ ICU คืนแรกใน ICU พ่อก็เกิดหัวใจหยุดเต้นไป 16 นาที ปั๊มไฟฟ้าไป 31 ครั้ง แล้วก็กลับมา ทำท่าจะดีขึ้นๆ ก็เกิดปอดติดเชื้อ แต่ยังพอสื่อสารได้ ยังตื่นได้ คุยได้เป็นพักๆ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง กำลังจะดีขึ้นแล้ว ก็ให้เกิดติดเชื้ออีกรอบ คราวนี้มีแต่ทรุด และทรง และทรุด ไปเรื่อยๆ ตลอดหนึ่งเดือนใน ICU พ่อหัวใจหยุดเต้นไปหกครั้ง แล้วกลับมาใหม่ทุกครั้ง พ่อเป็นนักสู้จริงๆ หมอยังว่าเป็น extraordinary case มากแล้วแต่มันสุดจะยื้อให้ท่านทรมานต่อไป สุดท้ายต้องปล่อยมือ
คิดว่าตัวเองโชคดีมากที่มีผู้ชายคนนี้เป็น “พ่อ” เราภูมิใจในตัวพ่ออย่างที่สุด เดินทางไกลคนเดียวเหงาหน่อย แต่ก็มีพี่ๆ เพื่อนๆ ไปรอหลายคน คงจะไม่เหงามาก จะหมั่นทำบุญ ทำความดี ขยัน ประหยัดตามรอยพ่อนะคะ แล้วเราจะได้พบกันใหม่ค่ะ
รักพ่อ
พ่อจากไปเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 04:16 น.
นางสุดจินดา เศรษฐกูลวิชัย (แหม่ม)
